ผลการวิจัยของถั่งเช่าสีทองและถั่งเช่าสีขาว

ผลการวิจัยของถั่งเช่าสีทองและถั่งเช่าสีขาว

• การศึกษาฤทธิ์ของถั่งเช่าในระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย

มีการศึกษาในเพศชายจำนวน 5 คน โดยมีอายุเฉลี่ยที่ 35 ปี ที่มีอาการถุงลมถูกกระตุ้นให้มีการอักเสบด้วย Lipopolysaccharide (LPS) พบว่าถั่งเช่าสามารถลดการสร้างสารที่จะทำให้เกิดการอักเสบได้ เช่น Interlukin-6 (IL-6), Interlukin-1beta (IL-1beta), Interleukin-10 (IL-10), Tumor necrosis factor-alpha (TNF-alpha) และ Interleukin-8 (IL-8) จึงช่วยทำให้ปรับระบบภูมิคุ้มกันให้ดีมากยิ่งขึ้น

 

ถั่งเช่าสีทอง

• การศึกษาฤทธิ์ของถั่งเช่าในการฟื้นฟูการทำงานของระบบไต

จากการศึกษานี้ให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังได้รับประทานถั่งเช่า 3-5 กรัม/วัน ภายหลังการรับประทานพบว่าถั่งเช่าช่วยทำให้การทำงานของไตมีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น และยังพบอีกว่าผู้ป่วยที่รับประทานติดต่อกันนานถึง 1 เดือนยังช่วยลดอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดจากภาวะไตวายได้ด้วย เช่น ลดความดันโลหิต ลดภาวะการเกิดโลหิตจาง ลดระดับโปรตีนในปัสสาวะ ช่วยเพิ่มเอนไซม์ Superoxide dismutase (SOD) ที่ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอีกว่าผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่องจากการรับประทานยา Gentamicin ภายหลังการให้รับประทานถั่งเช่า 4.5 กรัม/วัน มีผลทำให้การทำงานของไตเป็นปกติในระดับ 89% โดยเปรียบเทีนยกับกลุ่มควบคุมหลังจากการรับประทานถั่งเช่าภายในระยะเวลา 6 วัน

 

cordyceps link : https://www.ถั่งเช่าสีทองออนไลน์.com

รักษาโรคเชื้อราด้วยวิธีประคับประคองตามอาการเป็นอย่างไร

โรคเชื้อราถือเป็นโรคติดต่ออย่างหนึ่ง ที่เมื่อเป็นขึ้นมาแล้ว จะหายขาดยากมาก ยกเว้นต้องหาวิธีการรักษาขั้นเด็ดขาด ซึ่งวิธีการรักษาโดยธรรมชาติและยั่งยืนในปัจจุบันนี้ก็มีด้วยกันหลากหลายวิธี แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ผลกับทุกคน เพราะแต่ละคนจะมีเชื้อแบคทีเรียที่แตกต่างกัน หากเป็นหนักเข้าก็ต้องใช้วิธีการรักษาอีกแบบหนึ่ง และจะมีวิธีการรักษาอย่างหนึ่งที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่รักษาหายยาก นั่นก็คือ การรักษาโรคเชื้อราด้วยวิธีการประคับประคองตามอาการ

 

 

หลายคนเมื่อได้ยินวิธีการรักษาด้วยวิธีนี้ ก็อาจจะเกิดอาการท้อแท้ หรือกลัวว่าจะไม่หายขาด ซึ่งความจริงแล้ววิธีนี้สามารถที่จะรักษาได้ แต่ก็จะขึ้นอยู่กับตัวของผู้ป่วยด้วยว่าจะอดทนรักษาได้มากแค่ไหน ซึ่งวิธีการรักษาจะมีด้วยกันหลากหลายวิธีรวมกัน หรือจะเรียกว่าการรักษาแบบองค์รวมก็ได้

วิธีที่แพทย์ส่วนใหญ่จะรักษาผู้ป่วยก่อน ก็คือการให้ยาปฏิชีวนะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเชื้อราในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรค แต่หากอาการไม่ดีขึ้นก็จะเข้าสู่กระบวนการประคับประคองอาการ ก็คือช่วยบรรเทาให้อาการนั้นดีขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็น การให้ยาลดอาการคัน ในกรณีที่ผู้ป่วยเกาจนเป็นแผลมาก หรือการให้ยาลดไข้ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีไข้สูงร่วมด้วย เป็นต้น

แต่ในบางครั้ง การรักษาแบบประคับประคองข้างต้นนั้น ไม่สามารถใช้รักษากับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงได้ ซึ่งก็อาจจะเกิดจากการลุกลาม หรือผลข้างเคียง แพทย์จะใช้วิธีการรักษาโดยการศัลยกรรม ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถหายใจได้สะดวก (ใช้วิธีการเจาะคอ) การอาจมีการใช้รังสีรักษาเข้าร่วม ในโรคที่แพร่กระจายจนขยายเป็นมะเร็ง เช่นมะเร็งกระดูก เป็นต้น

 

ข้อมูลอ้างอิง : http://givingishealing.org/how-to-cure-candida-naturally-and-permanently/