การเลี้ยงปลา ตามแนวทางเกษตรพอเพียง

การเลี้ยงปลา ตามแนวทางเกษตรพอเพียง

การเลี้ยงปลาตามแนวทางเกษตรพอเพียงนั้น สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้เต็มที่ โดยให้ที่ดินรอบ ๆ บ่อใช้ปลูกพืชผักสวนครัว และสามารถสร้างคอกเลี้ยงหมู เลี้ยงวัว เลี้ยงสัตว์ต่างๆ ส่วนน้ำในบ่อนอกจากใช้เลี้ยงปลาแล้วยังสามารถนำไปปลูกพืชอื่น ๆ ได้อีก เช่น ผักบุ้ง ผักกระเฉด เป็นต้น
เกษตรพอเพียง

สำหรับซากเศษเหลือของพืชและเศษซากสัตว์ เราสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ตัวอย่างเช่น มูลสัตว์ เศษผักหญ้าต่าง ๆ เศษอาหารสัตว์ ซึ่งหากตกลงไปในบ่อก็จะกลายเป็นอาหารปลา และกลายเป็นปุ๋ยสำหรับเติมบ่อปลาได้อีกด้วย นับเป็นการเลี้ยงปลาตามแนวทางเกษตรพอเพียง อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันโคลนเลนก้นบ่อก็สามารถนำมาปลูกพืชต่าง ๆ ได้ดีการนำเศษเหลือ ของเน่าเสียต่าง ๆ กลับมาใช้อีกเป็นการกำจัดของเสีย และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าปุ๋ย ค่าอาหารปลา ค่าอาหารสัตว์ ได้อีกด้วย

การเลี้ยงปลาแบบนี้ เป็นการเพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร สามารถใช้บริโภคภายในครอบครัว แต่หากถ้าเหลือก็สามารถนำออกจำหน่าย เกิดเป็นกำไร เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อดำเนินการกิจการต่างๆ ต่อไป และเป็นการใช้แรงงานภายในครอบครัวให้เป็นประโยชน์ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ ยังถือเป็นการลดอัตราการเสี่ยงต่อการขาดทุนได้ดีกว่า การเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ หรือปลูกพืชเศรษฐกิจ เพียงอย่างเดียว ด้วยการเฉลี่ยต้นทุนไปยังการเลี้ยงสัตว์ เพราะกิจกรรมแต่ละอย่างต้องพึ่งพากัน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียน ในพอ เพียงการจำหน่ายผลผลิตจากไร่ได้ตลอดปี

การเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงไก่ ดีหรือไม่?

การเลี้ยงสัตว์แบบผสมผสานแบบนี้ มีจุดประสงค์เหมือนกับการเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงเป็ด คือใช้มูลไก่ให้ไปเป็นอาหารของปลาที่เลี้ยง หรือใช้เป็นปุ๋ยสำหรับการเจริญเติบโตของอาหารธรรมชาติ ที่อยุ่ในบ่อ และเป็นอาหารของปลาอีกทอดหนึ่งก็ได้
การเลี้ยงสัตว์

ลักษณะบ่อปลาและเล้าไก่ เป็นอย่างไร

สำหรับ บ่อที่ใช้เลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงไก่นั้น ให้ใช้บ่อดินที่มีลักษณะเดียวกับบ่อเลี้ยงปลาโดยทั่วไป ควรเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และมีความลึกประมาณ 1.50 – 2.00 เมตร รวมถึงต้องสามารถเก็บกักน้ำได้โดยเฉลี่ย 1-1.50 เมตร ในช่วงที่มีการเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงไก่ อีกด้วย

ขอบคุณที่มาข้อมูล https://www.kasetpopeng.com/category/เกษตรพอเพียง/

การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ตามแนว เกษตรพอเพียง

การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้

การปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้เป็นการทำ เกษตรพอเพียง ตามแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน เป็นการปลูกพืชสวนครัวที่สามารถนำมาทำอาหารให้ครัวเรือนหรือรับประทานได้ รวมไปถึงพืชเลื้อยริมรั้วและสมุนไพรสวนครัวต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการยกแปลงเพาะปลูก หรืออาจจะใช้รั้วช่วยในการปลูก โดยผักสวนครัวเหล่านี้สามารถที่จะออกผลผลิตที่ดีตลอดทั้งปี
เกษตรพอเพียง

การปลูกผักส่วนครัวรั้วกินได้นั้นเรียกได้ว่าเป็นการทำเกษตรพอเพียงที่ถ้าหากใครทำแล้วจะมีกินมีใช้ ไม่มีวันอดตายอย่างแน่นอน โดยผักสวนครัวจะสามารถจำแนกได้ออกเป็น 8 ตระกูล ร่วมกับเกษตรพอเพียงผสมผสานที่สามารถจัดแบ่งพื้นที่ในการทำกิจกรรมต่างๆได้ 30:30:30:10 ซึ่งหนึ่งในส่วนนั้นเราสามารถที่จะจัดแบ่งมาปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้นั่นเอง และนอกจากจะมีพื้นที่สำหรับปลูกผักส่วนครัวรั้วกินได้แล้ว ก็ยังสามารถที่จัดแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับทำบ่อปลา และเลี้ยงสัตว์ต่างๆ เช่น ไก่ เป็ด ห่าน วัว ควาย แพะ เป็นต้น ซึ่งการกระจายงานนี่เองที่จะทำให้เกษตรกรมีผลผลิต รายได้ และงานทำตลอดทั้งปี โดยสา

ผักสวนครัวรั้วกินได้ เช่น พริก ตำลึง ถั่วพู ขจร กระถิน บวบ มะระ มะเขือเครือ น้ำเต้า ฟักข้าว มะขามเทศ เป็นต้น ส่วนผักสวนครัวก็มีหลายอย่างเช่น กระเพราะ พริก โหระพา มะกรูด ตะไคร้ มะนาว มะอึก มะกรูด และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถที่จะนำมาเป็นตัวช่วยในการทำเกษตรพอเพียงผสมผสาน ผักสวนครัวหลายชนิดสามารถที่จะจัดทำประโยชน์หลายอย่างภายในพื้นที่เดียวกัน
เกษตรพอเพียง

ทั้งนี้สำหรับการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ภายใต้แนวทาง เกษตรพอเพียง นั้นก็ต้องศึกษาแนวทางในการปลูกพร้อมทั้งภูมิปัญญาและคำปรึกษาจากประสบการณ์ชาวบ้านทั่วไป เพราะผักสวนครัวแต่ละชนิดก็จะมีวิธีการปลูกที่แตกต่างกันไป แต่อย่างใดก็ตามการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ถือว่าเป็นการประกอบอาชีพที่เต็มไปด้วยความพอเพียง ช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน พึ่งพาตนเองได้ สามารถนำไปทำ เกษตรแบบผสมผสาน ได้รวมไปถึงต่อยอดเพื่อสร้างรายได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ขอบคุณที่มาข้อมูล : https://www.kasetpopeng.com/category/เกษตรพอเพียง/